อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี สมัยกึ่งพุทธกาล

 
 

บ้านเกิดของฉัน – นายมอญ  คือ  อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี

แต่เราไปโตที่  อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี 

 

 

จุดเด่นของ จังหวัดราชบุรี 

ราชบุรีเป็นเส้นทางเดินทัพ เป็นสมรภูมิรบมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

และเป็นหัวเมืองสำคัญเรื่อยมาในประวัติศาสตร์

สินค้าที่ขึ้นชื่อลือชาของจังหวัดราชบุรี  ก็คือโอ่งมังกร

จุดเด่นของอำเภอบ้านโป่ง

เป็นเมืองชุมทางมาตั้งแต่โบราณ  เป็นทางแยกไปภาคใต้  และภาคตะวันตกของประเทศ 

ทั้งเส้นทางรถยนต์และเส้นทางรถไฟ

อำเภอบ้านโป่ง  เป็นต้นกำเนิดของอู่ต่อตัวถังรถบรรทุก และรถโดยสาร
มาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง

 

บ้านโป่ง – ในความทรงจำที่เป็นบ้านเกิดของเรา 

เริ่มต้นเล่าที่…..พ่อของเรามาจากเมืองจีน

ไปทำสวนทำไรอยู่แถว  อ.ท่าม่วง  อ.ท่ามะกา  จ.กาญจนบุรี

จนเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง พ..2484 – 2488

กองทัพญี่ปุ่นจับเชลยศึกชาติต่าง ๆ สร้างทางรถไฟผ่านกาญจนบุรีจะไปพม่า

พ่อก็อพยพย้ายครอบครัวไป อ.โพธาราม  และต่อมาย้ายอีกไปตั้งหลักปักฐานที่
อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี   และเรา-นายมอญ ก็จึงเกิดที่นั่น

 

หมู่บ้าน-ชุมชนรอบๆ  บ้านเกิดของเรา
ไปทางทิศใต้คือ วัดดอนตูม และตลาดบ้านโป่ง
ทิศเหนือมีหมู่ลาว(หมู่บ้านลาว) มีวัดโคกหม้อ(ชื่อนี้จริงๆ ไม่ผิดหรอก)   
เลยไกลออกไปจากหมู่ลาวก็  บึงกระจับ  และ หนองปลาดุก(ทางรถไฟแยกไปเมืองกาญจน์)

ทิศตะวันออก  ติดทางหลวงเป็นถนนดินลูกรัง  เลยออกไปคือทางรถไฟสายใต้ 

เลยทางรถไฟไป  เป็นที่ตั้งของ อ.ส.ร. – องค์การอาหารสำเร็จรูป 

โรงงานผลิตเสบียงอาหารของกองทัพ    ตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2498

ทิศตะวันตก  เป็นทุ่งนาที่ราบกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา……….

 

ช่วงที่เริ่มจำความได้มันก็ราว ๆ กึ่งพุทธกาลนั่นล่ะ

ค้นดูเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในช่วงนั้น……
 …….พ.. 2500 จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจ  
นาย พจน์  สารสิน  เป็นนายกรัฐมนตรี
แล้วต่อด้วย พลโท ถนอม  กิตติขจร

แล้ว จอมพลสฤษดิ์  ธนะรัชต์ ทำรัฐประหาร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2502

 

ความทรงจำสมัยเด็ก  มักนึกขึ้นมาเป็นภาพ ๆ ไม่ปะติดปะต่อกัน….เช่น

สภาพถนนจากกรุงเทพ  มาบ้านโป่งตอนที่ผ่านหน้าองค์การอาหารสำเร็จรูป(...)

เป็นถนนลูกรัง  สองข้างมีต้นไม้ร่มครึ้ม  ถนนเลี้ยวโค้งผ่านหน้าบ้านเราไปตลาดบ้านโป่ง
จำภาพอุบัติเหตุครั้งหนึ่ง 
พี่ ๆ ขายน้ำแข็งไสกันอยู่หน้าบ้าน
มีรถยนต์วิ่งแหกโค้งชนต้นมะพร้าว ล้อหลุดกลิ้งวิ่งผ่านหน้าบ้านไป

อีกครั้งหนึ่ง  มีคนโดนน้ำร้อนของหม้อน้ำรถยนต์ลวก  วิ่งมาขอความช่วยเหลือ

พี่ๆ เอาน้ำปลามาราด  มีคนบอกว่าป้องกันมือเน่า

จำภาพได้  มีครั้งหนึ่งตำรวจไล่จับนักโทษสองคนที่วิ่งหนีเข้าไปในไร่มะเขือ
อีกครั้งหนึ่ง  มีขโมยขุดดินลอดฝาบ้านเข้าไปขโมยของ

สมัยนั้น บางทีก็มีอหิวาตกโรคระบาด  มียากฤษณากลั่นแก้โรคท้องร่วง

 

บางเรื่องก็จำได้จากพวกพี่ ๆ เล่าให้ฟัง…..

งานวัดดอนตูม 

แม่กับพี่ไปขายขนม  พี่สาวคนโตจับน้องชายที่ยังแบเบาะใส่กระโปรงผู้หญิง

บรรดาแม่ค้าแม่ขายก็วางหาบขนมกันเรียงราย

อยู่ ๆ เจ้าเด็กนุ่งกระโปรงที่นอนอยู่ก็ฉี่   ฉี่พุ่งโด่งเป็นน้ำพุ

แม่ค้าข้าง ๆ ตกใจ  สงสัยมาก  เดินรี่มาหา
มาถึงก็เปิดกระโปรงขึ้นดู   ดูแล้วก็หัวเราะ
โธ่เอ๊ย  นั่งอยู่ด้วยกันครึ่งค่อนวัน  ไอ้เราก็นึกอยู่ว่าเป็นพูหญิง 
หนอยแน่ ฮา ฮา ก๊าก  พูหญิงอะไรมีกะจู๋…

 

จำเพลงได้เลา ๆ อยู่เพลงหนึ่งที่พวกตลกชอบเอามาแปลงเนื้อร้อง….
" หนูเกิดมา…..แล้ว…..แมวกินหมด…."

เนื้อเพลงของจริง - ก็จำได้นิดหน่อย….
" หนูเกิดมาอาภัพเหลือทน
ครอบครัวก็แสนยากจน ซ้ำพ่อเป็นคนพิกลพิการ
อนาถหนักหนา หนูต้องมาเป็นเด็กขอทาน….."
(โบมาก ๆ เลย) 

 

เรื่องเล่าเรื่องหนึ่งของเด็กวัดดอนตูม รุ่นกึ่งพุทธกาล
….เช้า ๆ ในวันหนึ่ง
หลวงพี่ไปเห็นเต่าตัวเบิ้ม ก็เอามาบอกเด็กวัดที่เล่นกันอยู่แถวนั้น
เด็กเอ๋ย ตูไปฐาน เห็นเต่าคลาน ดังขลุกขลัก
ท่องอยู่หลายเที่ยวทีเดียวให้เด็กเข้าใจไปจับมา
จับมามาแล้ว ถกเถียงกันจนได้ข้อยุติว่า - ”ต้องต้ม
เด็กก็ไปยืมหม้อของวัดน่ะแหละ แต่ไปหยิบหม้อเล็กมา
หลวงพี่เดิน ๆ อยู่ก็พูดว่า
หม้อนั้น มันเล็กนัก หม้อต้มผัก จึงจะดี
เด็กก็ไปเปลี่ยนเอาหม้อใหญ่ใส่น้ำมา ต้มเต่าบนเตา
ที่เด็กอีกพวกก่อไฟรอไว้แล้ว
คราวนี้ จะปรุงยังไง เด็กสงสัย
มะนาว ใบมะกรูด มะพร้าวขูด กินมันดี
หลวงพี่พึมพำให้ได้ยินกันชัดเจน
เด็ก ๆ ก็ไปหามาทำตาม พัดไฟจนสุกได้ที่ทีเดียวเชียว
สุกแล้ว คราวนี้นึกถึงว่าจะแบ่งสรรกันยังไงดี
 เนื้อหนัง เด็กกินได้ ตับกับไข่ถวายเพล
หลวงพี่พึมพำเป็นที่ชัดเจนดีแล้ว ก็เดินไปเสียจากแถวนั้น….

 

 

 

 

 

 

 

ในช่วงประมาณ พ.ศ.2500

พ่อของเราสนใจจะทำไร่ขิงเพราะตอนนั้นขิงราคาดี  และสนใจจะทำสวนยางพารา 

พ่อปรึกษาหารือกับญาติ ๆ และเพื่อน ๆ  จนได้รู้จักกับคนที่นาสาร  สุราษฎร์ธานี

แล้วก็ได้ชวนกันเป็นหุ้นส่วนไปซื้อที่ดินทำสวนยางพาราที่นั่น – เมื่อ พ.ศ.2503

 

พ่อเดินทางไปก่อนชุดหนึ่ง  ส่วนเราย้ายตามไปในชุดหลัง

ในวันที่ชุดหลังที่บ้านโป่งออกเดินทางตามไปนั้น
จำได้เพียงลาง ๆ ว่า ขนของกันด้วยรถบรรทุกใหญ่ไปส่งที่สถานีรถไฟ
เด็ก ๆ นอนนั่งบนข้าวของอยู่หลังรถ
รู้สึกว่า - เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งรถเข้าตลาดบ้านโป่ง
เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นวงเวียนหอนาฬิกาของบ้านโป่ง
เป็นครั้งแรก และก็เป็นครั้งเดียวที่เพิ่งได้มาเห็นแล้วก็กำลังย้ายบ้านไปแล้วนะ
จำได้ก็แค่ความรู้สึกในวันนั้น….. แต่มันบอกออกมาไม่ถูก….


เป็นครั้งแรกที่เราขึ้นรถไฟ เดินทางไกล
รถไฟสายใต้วิ่งช้า จะไปนาสาร สุราษฎร์ธานี ต้องลงพักที่ชุมพรหนึ่งคืน
เพื่อต่อรถไฟอีกทอดในวันรุ่งขึ้น

และแล้วก็ไปถึง….
สถานีรถไฟ "นาสาร" เป็นสถานีเล็ก ๆ
ลงจากสถานีรถไฟ  ก็มีวงเวียน มีหอนาฬิกาอยู่ตรงกลางเหมือนบ้านโป่ง

ข้างใต้หอนาฬิกามีอุปกรณ์ดับเพลิง  และข้างใต้วงเวียนเป็นที่เก็บน้ำสำหรับดับเพลิง

( เข้าใจว่าเป็นแบบของช่างชาวอังกฤษที่สร้างทางรถไฟสายใต้   
มีการสร้างหอนาฬิการูปแบบคล้ายกันนี้ในที่อื่น ๆ ด้วย  เช่น
ที่ อ
.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี  และในจังหวัดชายแดนภาคใต้ )

(อ่านต่อที่ – นาสารสมัยหลังกึ่งพุทธกาล)

About these ads
ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องเล่าสมัยกึ่งพุทธกาล คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

2 ตอบกลับที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี สมัยกึ่งพุทธกาล

  1. nathawut พูดว่า:

    ตามลิงค์ มาจากเวปบลอคของแจน ซุกติ๋ม เขียนเยอะมากมาย ได้ความรู้เยอะดี ป๊าของวุฒิ (อ้วน) ไม่เคยเล่าชีวิตตอนเด็ก ตอนหนุ่มเลย       อยากให้ อาปัก อาซุก อากู้ เล่าให้ฟังบ้าง

  2. Mon พูดว่า:

    หวัดดี ntw_c – วุฒิ เรื่องมันเก่า  มันก็จำได้เป็นภาพๆ ก็เคยเล่าไว้ใน arkung.com (อันเดิม)  ช.ช้างก็เห็นทำคลังกระทู้เก่าอยู่พักก่อน  ตอนนี้ก็หยุดไป มีหลายกระทู้เก็บในดิสก์  แผ่นมันเสีย  ข้อมูลหายก็มี – – ก็เสียดายเหมือนกัน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s