เผชิญภัยคุกคามโลก: ศตวรรษที่ 21 กับความมั่นคงที่ยั่งยืน

 

ชื่อหนังสือ เผชิญภัยคุกคามโลก: ศตวรรษที่ 21 กับความมั่นคงที่ยั่งยืน
ผู้แต่ง คริส แอ็บบอท, พลอ โรเจอร์ส และจอห์น สโลโบดา
ผู้แปล สุนทรี เกียรติประจักษ์
บรรณาธิการ ชนิดา จรรยาเพศ
จัดพิมพ์โดย โครงการจัดพิมพ์คบไฟ และ คณะทำงานวาระทางสังคม สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์
จัดจำหน่าย ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ราคา 110 บาท
ราคาพิเศษ : 94.00 บาท

 

เก็บความมาบางตอน :-

ปัจจัย 4 กลุ่ม  ที่ผู้เขียนชี้ว่าเป็นสาเหตุรากเหง้าของความขัดแย้ง และความไม่มั่นคงในโลกทุกวันนี้
และก็น่าที่จะเป็นตัวกำหนดความขัดแย้งในอนาคตด้วย คือ
:-

1. ความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ
2. การแย่งชิงทรัพยากร
3. การเบียดขับโลกส่วนใหญ่ให้อยู่ชายขอบ
4. การแผ่ขยายการทหารทั่วโลก

 

Advertisements
ข้อความนี้ถูกเขียนใน หนังสือ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

2 ตอบกลับที่ เผชิญภัยคุกคามโลก: ศตวรรษที่ 21 กับความมั่นคงที่ยั่งยืน

  1. Mon พูดว่า:

    1.  บทนำ : ภยันตรายที่โจ่งแจ้งและปัจจุบัน  ใช่ละหรือ
    ภัยคุกคามร่วมสมัยทั้งหลาย  มักเชื่อมโยงส่งผลต่อกัน เช่น การก่อการร้ายสากล  หรือความขัดแย้งที่ใช่อาวุธสู้รบกัน ไม่สามารถแยกจัดการต่างหากจากปัญหาความยากจนข้นแค้น หรือความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมได้ เพราะประเด็นเหล่านี้ทั้งหมดเป็นปัญหาระดับโลก ไม่ได้จำกัดอยู่แต่ในพรมแดนของชาติใด การก่อการร้ายก็ไม่ได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะในรัฐที่ล้มเหลวเท่านั้น ………………………………….

    2. ความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ
    ผลของมัน  คงจะผลักไสประชากร ให้ต้องอพยพออกจากพื้นที่ชายทะเล และปากแม่น้ำ ก่อภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ร้ายแรง และเพิ่มความขาดแคลนอาหาร ผู้คนทุกข์ยาก  สังคมระส่ำระสาย ส่งผลที่รุนแรง  ยาวนาน  สร้างความเสียหายมากกว่าการก่อการร้ายสากล    มากนัก
     
    การรับมือ  ไม่ควรเพิ่มการใช้พลังงานนิวเคลียร์ เพราะจะเป็นการส่งเสริมการแพร่กระจายของเทคโนโลยีและวัสดุ ที่ผู้ก่อการร้ายก็อาจนำไปพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ได้
     
    ควรพัฒนาแหล่งพลังงานทดแทนในท้องถิ่น พลังงานลม  คลื่นทะเล  กระแสน้ำ  แสงอาทิตย์ และใช้วิธีปฏิบัติการอนุรักษ์พลังงานอย่างจริงจัง และรอบด้าน – แบบถอนรากถอนโคน  เช่น พลังงานความร้อนร่วม(ผลิตความร้อนและไฟฟ้าพร้อมกันไปเพื่อใช้ในอุตสาหกรรม : co-generation) เซลล์แสงอาทิตย์ที่ใช้ตัวรวมรังสีประสิทธิภาพสูง
    – – ขจัดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลและนิวเคลียร์ให้หมดไป ปัญหาคือ ต้องแสวงหาเจตจำนงทางการเมืองที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นให้ได้
    3. การแย่งชิงทรัพยากร
    โดยเฉพาะอย่างยิ่ง – น้ำมัน – ก๊าซ – และน้ำ – – –
     
     
    4. การเบียดขับโลกส่วนใหญ่ให้อยู่ชายขอบ
    โลกโดยรวมมั่งคั่งขึ้น  แต่กระจุกตัวในไม่กี่ส่วนของโลก การแบ่งแยก  การกดขี่  และการกีดกันทางการเมืองมีมากขึ้น ความรู้สึกว่าถูกเบียดขับให้อยู่แต่ชายขอบมีมากขึ้น ทำให้เกิดความรุนแรงทางการเมืองเพิ่มมากขึ้นในบางแห่ง นโยบายความมั่นคงปัจจุบัน  และ “สงครามต่อต้านการก่อการร้าย” ไม่ใช่ปฏิกิริยาที่เหมาะสม  และกลายเป็นแรงหนุนขบวนการนิยมความรุนแรงให้เพิ่มมากขึ้น ควรต้องใช้วิธีการป้องกันและแก้ไขความขัดแย้งที่หลากหลาย และ ใช้ความพยายามอันแน่วแน่แก้ไขปัญหาการแบ่งแยกทางสังคมเศรษฐกิจ
    5. การแผ่ขยายการทหารทั่วโลก
    6. บทอภิปราย: หนทางข้างหน้า
    บทสรุป
     
    http://www.southwatch.org/books.php?id=7

  2. Mon พูดว่า:

     

    ย่อหน้าสุดท้าย :- ปัญหาที่วิเคราะห์ไว้ในรายงานนี้  เป็นประเด็นที่น่าจะครอบงำสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ ในช่วง 30 ปีต่อไปจากนี้ หากไม่มีการลงมือปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนภายใน 5 – 10 ปีข้างหน้านี้ คงยากที่ระบบโลกจะรอดพ้นจากภาวะไร้เสถียรภาพอย่างรุนแรง เมื่อถึงกลางศตวรรษนี้ ทั้งรัฐบาล องค์กรพัฒนาเอกชน และพลเมืองที่เกี่ยวข้อง จะต้องร่วมมือกันด้วยความตระหนักว่า บัดนี้ ทุกฝ่ายมีภาระรับผิดชอบเร่งด่วน ที่จะต้องดำเนินแนววิธีการที่ยั่งยืน เพื่อสร้างเสริมความมั่นคงของโลก
     
     
    ( เหมือนหนังประเภทสงครามกับมนุษย์ต่างดาว – หรือ การ์ตูนฮีโร่ผู้พิทักษ์โลก – ยังไงไม่รู้ – – – )
     
    น่าสนใจ : โครงการจัดพิมพ์คบไฟ มูลนิธิโอบอร์นานาชาติ กลุ่มวิจัยอ็อกซ์ฟอร์ด (www.oxfordresearchgroup.org.uk)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s